ศากยะธิดา ตอนที่ ๓ PDF พิมพ์ อีเมล

ศากยะธิดา๓

ฉัตรสุมาลย์

นับตั้งแต่ ค.ศ.๑๙๙๑ ศากยะธิดาเวียนไปจัดงานประชุมในประเทศต่างๆทุกสองปี เขมร ลุมพินี (เนปาล) ไต้หวัน เกาหลี มองโกเลีย เวียตนาม ไทย เวสาลี (อินเดีย) อินโดนิเซีย และล่าสุดจะจัดใน ค.ศ.๒๐๑๗  คือที่ฮ่องกง

ที่อินเดียนั้น เวียนไป ๓ ครั้งแล้ว ครั้งแรกที่พุทธคยา ต่อมา เป็นลาดัค และครั้งที่สามที่ เวสาลี

สำหรับประเทศไทย ครั้งแรกที่ผู้เขียนเป็นผู้จัดที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ค.ศ.๑๙๙๑ ครบ ๒๐ปีพอดี ศากยะธิดาเวียนกลับมาประเทศไทย โดยแม่ชีศันสนีย์ เป็นเจ้าภาพท้องถิ่น จัดงานศากยะธิดา ค.ศ. ๒๐๑๑ โดยจัดงานประชุมในสำนักของท่านที่รามอินทรา

ในการประชุมที่ประเทศไทยครั้งนั้น  อาจารย์คริสตี้ ชาง อาจารย์จากไต้หวันเข้ามาร่วมในงานบริหารของศากยะธิดาแล้ว  รวมทั้งท่านภิกษุณีเท็นซิน พัลโม ชาวอังกฤษที่ออกบวชในสายธิเบตตั้งแต่ ค.ศ.๑๙๗๐ กว่าๆ

เมื่อคราวที่ไปจัดการประชุมที่เกาหลีนั้น  ผู้เขียนไม่ได้ไป  แต่ได้ข่าวว่า เป็นการจัดที่ดีที่สุดของศากยะธิดา  ต้องยกความดีความชอบให้กับเจ้าภาพท้องถิ่นซึ่งเป็นภิกษุณี  คณะสงฆ์ของเกาหลีทั้งภิกษุสงฆ์และภิกษุณีสงฆ์มีจำนวนเท่าๆกัน คือ ฝ่ายละประมาณ ๘ พัน รูป

ในสายมหายานนั้น ภิกษุและภิกษุณีสงฆ์ทำงานร่วมกันด้วยดี  มีมหาวิทยาลัยของพุทธที่อาจารย์ผู้สอนเป็นทั้งภิกษุและภิกษุณี  พระพุทธศาสนาที่มีครบบริษัทจึงก้าวย่างอย่างสง่างาม และทำหน้าที่สืบพระศาสนาได้อย่างสมบูรณ์

ประเทศหนึ่งที่ผู้เขียนได้ไปร่วมคือเวียตนาม  ผู้เข้าร่วมประชุมกระจายกันอยู่ตามโรงแรมใกล้เคียงกับวัดที่เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุม  ตามกำลังกระเป๋าของผู้เข้าร่วม บางท่านก็เลือกอยู่โรงแรมแพงหน่อย ใกล้หน่อย บางท่านก็อยู่ไกลออกไป โรงแรมเล็กๆ เช่นผู้เขียน ที่นำคณะไป ๖-๗ คน เลือกอยู่โรงแรมที่ถูกที่สุด หน้าตาเป็นห้องแถวดีๆนี่เอง  เวลาเปิดแอร์ก็มีเรื่องตื่นเต้นเพราะมีหางหนูโผล่ออกมายาวเกือบฟุต

แต่ที่น่าประทับใจ คือ สถานที่จัดนั้นเป็นวัดของพระภิกษุสงฆ์ ท่านยกให้ภิกษุณีจัดการทั้งหมด  นี่คือการเกื้อกูลกันในคณะสงฆ์ที่เห็นอย่างเป็นรูปธรรมในคณะสงฆ์มหายานในเวียตนาม

ที่วัดนี้ มีห้องโถงที่สามารถจุคนได้ ๓๐๐๐ คน นี่เองเป็นเหตุให้ภิกษุณีเวียตนามเลือกไปจัดงานประชุมนานาชาติที่นั่น

คณะสงฆ์เวียตนามเป็นประเทศหนึ่งในโลกที่คุยได้เต็มปากว่า  ประชากรภิกษุณีสูงกว่าภิกษุสงฆ์  ภิกษุณีสงฆ์มีประมาณ ๒๒๐๐๐ รูป ในขณะที่ ภิกษุสงฆ์มีเพียง ๑๒๐๐๐ รูป

เวียตนามมีปัญหาเหมือนไทย คือ ประชากรส่วนใหญ่ไม่พูดภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในการจัดงานระดับนานาชาติ  จึงต้องมีงานหนักในการแปลบทความภาษาอังกฤษเป็นภาษาท้องถิ่น

และในการดำเนินการจัดงานประชุม ต้องเตรียมล่ามแปลหน้างาน

เวียตนามเป็นประเทศหนึ่งที่ทำงานตรงนี้ได้ดีเลิศ  บทความต่างๆที่ส่งเข้ามาได้รับการแปลเป็นภาษาเวียตนาม ที่ทราบชัดเจนเพราะภิกษุณีรูปหนึ่งท่านเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ เข้ามาแนะนำตัวเองว่าท่านเป็นคนแปลบทความของท่านธัมมนันทา เราจึงทราบขั้นตอนการทำงานของท่าน ว่า มีการกระจายงานแปลออกไปอย่างกว้างขวาง  เนื่องจากจำนวนประชากรภิกษุณีสูงมาก แม้ประชากรส่วนใหญ่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษ แต่ก็มีภิกษุณีระดับครูอาจารย์ที่สอนอยู่ตามมหาวิทยาลัย และวิทยาลัยที่สังกัดกับวัด สามารถช่วยกันแปลบทความได้  บทความที่รวบรวมเป็นภาษาอังกฤษหนาเท่าๆกับเล่มที่แปลเป็นภาษาเวียตนามแล้ว

ในการจัดงานประชุมนานาชาติแบบนี้ ถ้าต้องการรวมคนท้องถิ่น ต้องมีการเตรียมการเรื่องการแปลล่วงหน้า  ทั้งผู้จัดและผู้ที่จะเข้าร่วม ต้องเห็นภาพใหญ่ร่วมกันว่า ต้องวางแผนเผื่อเวลาให้ทีมงานท้องถิ่นได้แปลบทความทางวิชาการที่จะนำเสนอเป็นภาษาท้องถิ่นด้วย

ขอชื่นชม

ตอนที่มาประชุมที่ประเทศไทย ค.ศ.๒๐๑๑ นั้น ไทยยังไม่มีความพร้อมเรื่องการแปลอย่างสมบูรณ์นัก ทีมงานคนที่จะแปลได้มีจำกัด บทความที่แปลไทยจากภาษาอังกฤษก็จำกัดไปด้วย  เรียกว่า เรายังคุยไม่ได้เมื่อเทียบกับงานที่เห็นภิกษุณีเวียตนามจัดการ

การจัดการประชุมนานาชาติเช่นนี้  ผู้บริหารของศากยะธิดาจะต้องเดินทางไปเตรียมงานดูความพร้อมในประเทศเจ้าภาพในแต่ละครั้ง  แต่ละครั้งบริบททางกายภาพเปลี่ยนไป บริบทสังคมเปลี่ยนไป  จึงไม่สามารถจะถือประสบการณ์ในการจัดงานจากที่ใดที่หนึ่งเป็นมาตรฐานได้เสมอไป

คราวที่ไปจัดที่เวสาลีก็เรียนว่าเสี่ยงดวงกันอยู่มาก  เพราะจัดงานประชุมในเดือนมกราคมในขณะที่เวสาลีหนาวถึงติดลบ  ที่เวสาลีในปีนั้น มีโรงแรมอยู่แห่งเดียว ผู้เข้าร่วมประชุมที่มาจากตะวันตก จองห้องในโรงแรมหมด  ผู้เข้าร่วมที่มาจากโลกที่สามต้องกระจายไปอยู่ในตามวัดเพื่อเสียค่าใช้จ่ายถูกลง

สถานที่จัดงาน จัดที่วัดภิกษุณีเวียตนาม ซึ่งเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในละแวกนั้น  โดยใช้เต้นท์ขนาดใหญ่ เนรมิตลานวัดเป็นห้องประชุม  มีกรุผ้าทั้งข้างในและข้างนอก  เห็นการจัดสถานแบบนี้เฉพาะในอินเดีย  ในบ้านเรายังไม่เคยเห็น

บรรดาผู้ที่มาร่วมประชุมหนาวสั่น คลุมศีรษะเป็นไอ้โม่งไปตามๆกัน

ศากยะธิดาเป็นสนามที่ผู้ที่สนใจประเด็นสตรีในพุทธศาสนาจะได้พบปะกับอาจารย์และภิกษุณีระดับนานาชาติได้ดีที่สุด  ริต้า กรอสส์ ศาสตราจารย์จากอเมริกาที่เขียนหนังสือที่นักศึกษาใช้กันมากในมหาวิทยาลัย คือ Buddhism After Patriarchy ก็มาร่วมในการประชุมด้วย

ภิกษุณีเท็นซิน พัลโม ภิกษุณีชาวอังกฤษที่ขึ้นไปปฏิบัติในถ้ำบนเทือกเขาหิมาลัยมา ๑๒ ปี มีคนเขียนหนังสือเล่าประสบการณ์ของท่านออกมาให้ชาวโลกได้รับรู้ ท่านมาร่วมกับศากยะธิดาในช่วง ๑๐ ปีหลัง  สร้างสีสันให้กับงานประชุมเพราะท่านเป้นภิกษุณีสายธิเบตที่คนรู้จักมากที่สุด

ครั้งล่าสุดศากยะธิดาจัดงานประชุมที่เมืองจ็อกยา ประเทศอินโดนิเซีย ค.ศ.๒๐๑๕ คราวนี้ไปจัดงานที่รีสอร์ตในเมืองจ็อกยา  แต่ไปเปิดงานที่วังของสุลต่านแห่งจ็อกยา  ท่านสุลต่านมาเป็นประธานในงานเปิด  ก็เช่นกันที่เราได้เห็นบทบาทของภิกษุณีท้องถิ่นที่มีบทบาทอย่างยิ่งในการติดต่อในระดับท้องถิ่น เฉพาะในวันเปิดงานที่วังของสุลต่านนั้น มีผู้เข้าร่วมถึง ๔๐๐ คน

มาทราบทีหลังว่า สุลต่านท่านมีลูก ๕ คน เป็นผู้หญิงหมด  ท่านจึงให้ความสนใจงานของผู้หญิงเป็นพิเศษ  ปีนี้ (๒๕๕๙) เราได้ข่าวว่าท่านเตรียมการให้ลูกสาวคนโตขึ้นเป็นสุลต่านแทนท่าน แน่นอนต้องถูกประท้วงโดยพระญาติฝ่ายชายที่มีความหวังในตำแหน่งที่จะสืบทอดจากท่าน นั่นเป็นเรื่องในจ็อกยา ประเทศอินโดนิเซีย

ในช่วงปิดงาน ทางผู้จัดก็ได้เชิญรานีของท่านมาปิดงาน  ท่านให้ความร่วมมืออยู่จนจบ ไม่มีการแยกแยะว่า ศากยะธิดาเป็นงานของชาวพุทธ และท่านเป็นมุสลิม

ความละเอียดอ่อนเช่นนี้  เจ้าภาพท้องถิ่นในการจัดศากยะธิดาแต่ละครั้งต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

ที่อินโดนิเซีย ภิกษุณีจากเวียตนามให้ความสำคัญอย่างมากเดินทางมาร่วมถึง ๗๐ รูป เจ้าภาพจัดคนแปลให้ตลอดงานเป็นภาษาเวียตนาม

พูดได้เต็มปากเต็มคำว่า  การเกิดขึ้นของภิกษุณีสงฆ์สายเถรวาทสอดรับกับเส้นทางของศากยะธิดาที่หมุนเวียนไปจัดงานในแต่ละประเทศในแถบเอเซียทุกๆ ๒ ปี

ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตุต่อไปด้วยว่า เมื่อศากยะธิดาไปจัดงานประชุมในประเทศฝ่ายมหายานที่ภิกษุณีสงฆ์มั่นคงแล้ว  ทุกครั้ง งานศากยะธิดาก็จะประสบความสำเร็จดียิ่ง

เป็นสัดส่วนที่ล้อกันที่น่าสนใจ

ขยับมองในภาพที่กว้างขึ้น หากคณะสงฆ์ทั้งฝ่ายภิกษุและภิกษุณีร่วมกันทำงาน น่าจะนำมาซึ่งความก้าวหน้าขององค์กรพระศาสนาที่สำคัญทีเดียว

ขยายพื้นที่ในใจสักนิด  เราจะเห็นภาพแห่งความงดงามนี้ได้ไม่ยาก  โดยเฉพาะเมื่อเราได้เห็นสถิติที่เกิดขึ้นกับการทำงานของศากยะธิดา นับมาถึงขณะนี้ ตั้งแต่ค.ศ.๑๙๘๗ จนถึง ๒๐๑๗ นับเวลา ๓ ทศวรรษ  เป็นเวลาการทำงานของชีวิตคนรุ่นหนึ่งทีเดียว

ศากยะธิดายังก้าวเดินต่อไป เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้เกิดในสังคมพุทธ เพื่อสืบสานเจตนารมณ์ของพระพุทธเจ้าที่ตั้งพระทัยประดิษฐานพระศาสนาโดยมอบหมายภาระหน้าที่ไว้กับพุทธบริษัททั้ง ๔ 

 
ทรงธรรมกัลยาณีภิกษุณีอาราม เลขที่ 195 ถนนเพชรเกษม ต. พระประโทน อ.เมืองฯ จ.นครปฐม 73000
โทร. (034)258-270 โทรสาร (034) 284-315 E-mail: dhammananda9d@gmail.com
Copyright (c) 2002-2006 Thai Bhikkhunis All rights reserved.


จำนวนผู้เข้าชม ตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2549