กิจกรรมทุกสัปดาห์
            -  เริ่มพิธีถวายกองทาน เวลา 10.30 น. สวดมนต์ทำวัตรเช้าและนั่งสมาธิพร้อมฟังธรรม
            -  ร่วมถวายภัตตาหารภิกษุณี, สามเณรี ที่ประจำอยู่ที่วัตร การถวายกองทาน  ถวายทานแด่พระพุทธเจ้า  พระอรหันต์สาวก  พระอรหันต์สาวิกา  และพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย  ซึ่งจะกระทำทุกวันพระและวันอาทิตย์
            -  ร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน
            -  คุณๆ สามารถนำอาหารมาร่วมคนละ 1 อย่าง หรือผลไม้ แต่ขอให้เผื่อแผ่ผู้อื่นด้วย

         
กิจกรรมพิเศษ  วันไหว้ครู

           
คุณไกรสีห์  ศิษย์เอกของหลวงย่ากับถ้อยคำรำลึกพระคุณครู

ปกติเวลาไปไหนกับท่านก็จะมีแม่ชีหรือนักบวชขาวจะติดตามท่านองค์หนึ่ง  และก็จะเป็นลูกศิษย์ผู้หญิงหรือว่าผู้ชายคนหนึ่งแต่ว่าถ้ามีผู้หญิงอยู่ด้วยคนหนึ่งแล้วก็ไปได้  แต่ว่าพอจะลงรถที่ไหนท่านจะครองผ้าเรียบร้อยมาก   ตัวตรงมองตรงพูดเข้าเรื่องเลยและก็เสร็จธุระก็ลุกเลยไม่มีการโอ้เอ้   ท่านจะดูสง่ามากนะครับหลังตรงแล้วตานี้จะกวาดไปเลยนะครับมองทุกคนประสานลงไปเลยถึงจิตถึงใจว่างั้นนะครับ มองอะรไรแล้วถ้าไม่ถูกไม่ต้อง ก็จะต้องถูกเอ็ดสะท้านหวั่นไหวบางคนหลบไปอยู่หลังตู้เรียบร้อยเลยนะครับ

ท่านเป็นทั้งพ่อทั้งแม่นะครับเพราะความเข้มแข็ง  บุคคลิกภาพของท่านที่มีหลักใจท่านจะใช้คำว่าหลักใจบ่อยมากคือจิตใจจะต้องเข้มแข็ง  และรู้ว่าจะต้องทำประโยชน์ใช้เวลาให้อย่างมีคุณค่าและขณะเดียวกันนะครับ  ทุกครั้งจะสามารถสอดแทรกในเรื่องของการใช้วิถีชีวิตประจำวันอยู่แล้วเมื่อใดที่เป็นประเด็นธรรมก็จะบอกเลย   เห็นดอกไม้เป็นไงลูกสวยไหมจัดมาสวยนะแล้วก็เป็นไงลูกเดียวสักพักหนึ่ง สองชั่วโมงมันก็เปลี่ยนแล้ว   ตัวเราเป็นยังไงใช่ไหมครับสอดแทรกให้ตลอดเวลาแล้วแต่ใครจะรับได้  ไม่ได้

ท่านจึงเป็นครูบาอาจารย์ที่เป็นทั้งพ่อแม่ที่ให้วิถีชีวิตมีคุณค่าในทางโลก  รู้จักใช้ชีวิตให้ถูกต้องเป็นคนปราณีตมีความสง่างามนะครับและขณะเดียวกันให้หลักปรัชญาชีวิตให้วิถีชีวิตสูงส่งขึ้นไปอีกนั่นคือธรรมท่านจะสอนหมดเรื่องจิตเรื่องธรรมบังคับให้นั่งเรียนเลย   กำหนดเวลาถ้าเธออยากเรียนนะต้องเรียนจริงอย่ามาเป็นเล่นกับฉันไม่ได้นะถึงเวลาปุ๊บก็ต้องมาแล้ว  นั่งก็นั่งเลยท่านก็จะดูให้นะครับวาสนาเป็นยังไง   ท่านจะชี้แนะหมดแล้วก็อันนี้ก็ทำให้เราเปลี่ยนแปลง จากคนที่เป็นคนทำบุญหรือคนที่ศรัธาในพุทธศาสนาแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเปลี่ยนเป็นคนอีกคนหนึ่ง  นอกจะสอนเป็นครูบาอาจารย์ทางโลกทางธรรมนะครับ   การปัฏิบัติธรรมท่านจะชี้แนะ    ทำบุญแล้วนะครับก็ยังให้ความกล้าหาญปลูกสร้างเมล็ดพันธุ์ในใจให้เราเป็นคนที่มีประโยชน์กับผู้อื่น ทำตัวให้มีคุณค่าขึ้นไป  ท่านจะบอกว่าช่วยได้ช่วยเลยถ้าคิดว่าเป็นเรื่องจำเป็นต่อหน้าใครจมน้ำมา  ช่วยเขาขึ้นมาได้ช่วยเขา   ไม่ว่าจะเป็นมิตรเป็นศัตรูต้องช่วย    นี้คือความยิ่งใหญ่จะ

ท่านจะไม่ค่อยพูดในเรื่องของอุดมการณ์สูงส่งเท่าไรจนกระทั่งเรามั่งคงหรือว่าท่านดูแล้วว่าอยู่ในวิสัยที่ท่านจะเอ็ดดุด่าอะไรไม่ว่าแล้ว     ก็จะให้เรื่องสูงส่งเรื่องคุณธรรมของความเป็นพระโพธิสัตต์นะครับ   แล้วเมื่อก่อนท่านก็จะเริ่มให้เรียนเรื่องจิตเรื่องธรรมที่สมควรแก่ผู้ที่จะมีวาสนาบารมีหรือผู้ที่มีมหาเมตตา  ท่านจะค่อยๆ สอนให้และท่านก็จะบอกว่าของฉัน  ฉันจะไม่ค่อยสอนใครนะ  ถ้าเธอจะเรียนที่ไหนก็ได้การทำบุญทำกุศลที่ไหนก็ทำได้   แต่ตรงนี้ฉันจะปลูกฝังตรงนี้เธอจะเอาไม่เอา   เวลาคนเราเหลือน้อยมากไม่นากก็จากกันไปแล้วทั้งฉันและเธอ   ที่นี้เธอจะเลือกลงเรือลำเล็กหรือลำใหญ่ก้ตามใจ   แต่ถ้าเธอคิดว่าสิ่งนี้มีประโยชน์ก็ขอให้ช่วยเลย  ยานลำใหญ่ของแม่แล้วกันนะถ้าเป็นไปได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตามจะใช้พูดปากต่อปากก็ตามไปหรือลงมือปฏิบัติตามทุกวันเวลา   จิตใจต้องเป็นกุศลเพื่อการภวนาด้านภายในของเธอเองให้มีคุณธรรมให้สูงขึ้นไปเพื่อให้ตัวเองเนียพ้นทุกข์   แต่ขณะเดียวกันฉันก็ไม่สอนให้เธอวางภาระที่จะช่วยเหลือใครมีโอกาสเมื่อไรช่วย   จริงอยู่ฉันจะไม่บอกใครในเรื่องที่สูงส่งเช่นนี้แต่ว่าขอเถอะถ้าทำได้ท่านก็พยายามเกลี้ยกล่อมเหมือนกันนะครับ   และท่านจะบอกว่าจะเนิ่นช้านานยากลำบากเหมือนคนเดินอ้อมภูเขา    แต่ว่าใครก็จะพูดกันว่าลงทำมาแล้วความปรารถนาจะไม่เปลี่ยนในนิสัยความปรารถนาจะไม่เปลี่ยนอาจจะเดินอ้อมหน่อยแต่พอท้ายที่สุดแล้วพอเธอถึงในระดับหนึ่งแล้วทุกคนจะพูดคำเดียวกันว่าไม่เป็นไร  เดียวเดี่ยวสำหรับเรื่องกาลเวลาไม่มีปัญหา  

ที่นี้เราเห็นว่าหลวงย่ามีบทบาทเปลี่ยนบุคคลจากคนคนหนึ่งให้กลายเป็นอีกคนหนึ่งได้อย่างเฉียบขาดนะครับ   ท่านสร้างเมล็ดพืชพันธุ์ให้เติบโตมีความเข้มแข็งกล้าแข็ง   ที่ท่านหวังมากให้ลูกท่านทุกคนได้ในเรื่องนี้   ท่านจะปลูกฝังมากอันนี้คืองานทางด้านจิต     โดยทั่วไปซึ่งเราเรียนกับท่านในใต้หลังคาโบสถ์แห่งนี้นะครับ    ส่วนงานพวกสนามในเวลาต่อมาก็มีลูกชายเข้ามาบางท่านก็เริ่มออกฟิลด์นะครับ   คือท่านจะเริ่มหลังจากที่เรียนรู้คุณธรรมกันแล้วนะครับ    ดูนิสัยใจคอกันแล้วนะครับท่านก็ตั้งทีมเวิร์ค  แล้วก็เริ่มออกโปรดสัตว์ในภาคปัฏิบัติของพระโพธิ์สัตต์   ที่วัดนี้จะมีความโดดเด่นของหลวงย่าหรือหลวงแม่ธัมมนันทา   ท่านจะถ่ายทอดรับแนวปฏิบัติมารับรู้ต่อแล้วก็สานต่อนะครับก็มีเรื่องของจิตวิญญาณการช่วยเหลืออีกซึ่งที่อื่นจะไม่มีใครพูดเด่นชัดเท่ากับที่วัดนี้นะครับ  ท่านจะพูดมากซึ่งถ้าใครไม่เข้าใจว่าบางคนจะหากล่าวว่าท่านยึดติดเรื่องนี้ท่านบอกไม่ได้การเป็นพระโพธิ์สัตต์เธอจะต้องช่วยเหลือแม้คนที่เป็นคนธรรมดา 

หลวงย่าจะละเอียดมากเรื่องการเงินการทองทุกบาททุกสตางค์อะไรอยู่มุมไหน   การกุศลใครให้ไม่มีตกหล่นเลยนะครับ  ต้องช่วยเขาให้เขามีกินมีใช้  ถ้าเป็นในสมัยของฉันลงมาเป็นพระพุทธเจ้าเมื่อไร ฉันขอเป็นข้อแรกเลยคือฉันจะขอให้ทุกคนมีกินมีใช้อย่าอดยากนะครับเพื่อจะเป็นพื้นฐานให้เขาได้จิตได้ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อไปนะครับอันนี้คือความเด็ดเดี่ยวของท่าน

       ท่านจะทำให้เราเปลี่ยนไปเป็นคนคนใหม่ที่สามารถใช้ชีวิตประจำวันให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและต่อผู้อื่นและก็ไม่มีตรงไหนเลยที่ว่าจะตกหลนไปไม่ว่าจะเป็นเรื่องทั้งคดีโลกและคดีธรรมท่านจะปูพื้นไว้หมด    ถือว่าเป็นบุญหนักหนาที่ได้มาสัมผัสมาเรียนรู้ในอุดมการณ์จากวัตรทรงธรรมกัลยาณีนะครับ   เพราะว่าตรงนี้จะให้ทุกๆด้าน จะไม่พูดแต่บุญอย่างเดียวแต่ พูดถึงเรื่องจิตอย่างเดียวแต่พูดถึงความเมตตาอันยิ่งใหญ่ครับ


         
การทำบุญถวายกองทาน

             ทำบุญกองทานวิญญาณได้รับส่วนกุศลเร็ว

          การทำบุญแล้วตรวจน้ำอุทิศส่วนกุศล ให้แก่วิญญาณของบิดามารดาและญาติมิตรนั้น เราทำกันอยู่เป็นประจำแต่วิธีใดจะส่งถึงเร็วนั้นเรายังสงสัยกันอยู่
          เมื่อวันที่ ๘-๙ ตุลานี้ ดิฉันลาห้องกรรมฐานออกไปซื้อไตรเพื่อจะได้จัดองค์กฐิน พอดีคุณประสงค์ คชจันทร์มาหา คุณประสงค์ คชจันทร์ได้กรุณาเล่าให้ฟังดังนี้
        “เรื่องทำบุญกองทานนี้ ผู้รับได้รับเร็วจริงๆ ครับ เมื่อราวๆ เดือนมิถุนายน ๐๙ นี้ ผมได้มาทำบุญกับคุณครู เพราะคุณแม่ผมถึงแก่กรรม ผมฝากเงินไว้กับภรรยาให้เขาทำบุญให้คุณแม่ผม แล้วผมก็ไปราชการ กลับมาภรรยาผมเขายังไม่ได้ทำให้ ผมก็เลยมาทำกองทานกับคุณครู ๕๐ บาท บำรุงลูกกำพร้า ๕๐ บาท แล้วขอให้คุณครูอุทิศส่วนกุศลให้คุณแม่ผมด้วย คุณครูก็ให้อนุสงฆนีจดนามของคุณแม่ผมไว้ว่า คุณแม่ทองอยู่ คชจันทร์ แล้วให้อนุสงฆนีแผ่ส่วนกุศลเพิ่มให้อีกทุกๆ คืนตอนสวดมนต์ทำวัตรค่ำแล้ว สวดให้อีก ๗ คืนผมจำได้
        เมื่อผมกลับจากราชการอีกครั้งหนึ่ง ผมได้พบกับน้องสาวที่ชื่อสวน น้องผมได้เล่าให้ผมฟังโดยที่เขาก็ไม่ทราบว่า ผมได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้คุณแม่ เขาเล่าให้ผมและพี่สาวฟังว่า เขาฝันเห็นคุณแม่ๆ ถามเขาว่า

     “ซื้อล๊อตเตอรี่บ้างหรือเปล่า”
    
น้องผมตอบว่า “ไม่ได้ซื้อเลยจ๊ะแม่ ไม่รู้จะซื้อตัวอะไรดี แม่มีตัวอะไรดีหรือจ๊ะ ?”
    
คุณแม่ตอบว่า “แม่ให้ตัว ๕ “ ท่านพูดยิ้มๆ
    
น้องผมบอกว่า “ซื้อไม่ได้จ๊ะแม่ เลข ๕ ตัวเดียว อย่างน้อยต้อง ๒ ตัว”
    
คุณแม่ท่านยิ้มแล้วว่า “ซื้อได้ๆ เลข ๕ แล้วก็ แม่ตายแล้วก็เท่ากับเลข ๐ ไงล่ะ”
    
น้องผมตอบว่า “แต่หนูก็ไม่ค่อยมีเงิน”
    
คุณแม่ผมตอบว่า “แม่มี”
    
น้องผมเล่าว่า คุณแม่พูดว่าคุณแม่มี แล้วท่านก็หยิบเงินออกให้ดูเยอะแยะเป็นปึก     น้องผมจึงถามอีกว่า “แม่เอาเงินมาจากไหนจ๊ะมากมาย”
    
คุณแม่ตอบว่า “ตุ๊ มันให้”
     ผมเมื่อเล็กๆ ชื่อ “ตุ๊” ครับ คุณแม่จึงบอกน้องว่า “ตุ๊มันให้”
     น้องผมดีใจเลยตกใจตื่น แต่เขาว่าเป็นเรื่องฝันอย่างธรรมดาๆ เพราะไม่รู้ว่าผมได้ทำบุญให้คุณแม่แล้ว พอลอตเตอรี่ออก ปรากฏว่า เลขท้ายออก ๕๐ จริงๆ น้องผมบ่นเสียดายใหญ่ว่า
     “โธ่ คุณแม่อุตส่าห์มาบอกแล้ว ไม่ซื้อได้ โธ่, คุณแม่รู้ท่านจะเสียใจ” แล้วก็ไปเล่าให้พี่สาวผมฟัง พอผมกลับมา เขาจึงรู้ว่าผมทำบุญให้คุณแม่อย่างเงียบๆ พี่สาวผมร้องว่า
     “แหม, ทำไมเร็วนักล่ะ”
     ต่อมาเมื่อวันเข้าพรรษาแล้วสัก ๒-๓ วัน น้องสาวผมก็ฝันอีก คุณแม่ผมรักน้องมาก เพราะน้องเป็นหญิงท่านและเสียที่บ้านน้อง ส่วนผมท่านเห็นเป็นชาย ท่านจึงไม่ห่วง ผมยังไม่เคยฝันถึงท่านเลย น้องผมฝันอีกว่า คุณแม่มาหา เขาเล่าว่า
     “แหมพี่, คราวนี้แม่มา ฉันสังเกตดูแม่รวยเหลือเกิน มีข้าวของมาก เครื่องนุ่งห่มและของใช้ใหม่ๆ ทั้งนั้น”
     ผมจึงบอกน้องว่า ผมได้จัดพุ่มซึ่งมีของถวายพระเวลาเข้าพรรษามาร่วมการกุศลกับคุณครู แล้วอุทิศส่วนกุศลให้คุณแม่ คุณครูก็ช่วยอุทิศให้ด้วยเหมือนคราวก่อน คุณแม่จึงได้รับเร็ว ผมก็ดีใจ เพราะผมไม่ได้บอกให้น้องรู้ก่อนเลย ความฝันของเขาจึงทำให้ผมเชื่อมั่นว่า การแผ่ส่วนกุศลโดยจิตเป็นสมาธินี้ดี เพราะมีพลังการส่งสูงจริงๆ
     คุณๆ อ่านเรื่องซึ่งคุณประสงค์ คชจันทร์เล่านี้แล้ว เวลาแผ่ส่วนกุศลโปรดตั้งใจให้จิตเป็นสมาธิแล้วจึงอธิษฐาน แล้วส่งโดยออกชื่อท่านผู้รับก็จะได้ผลเร็วขึ้น แต่ทางคณะของเรานี้ช่วยแผ่ส่วนกุศลให้ทุกคนค่ะ

                                                                  สงฆนีวรมัย กบิลสิงห์


                                       นอนสบาย
     นอนเอ๋ยนอนสบาย                     ไม่ต้องวุ่นวายเหมือนใครหมด
ข้าวสารแพง แพงไปไม่ระทด	     ใครจะอดลำบากไม่อยากรู้
อุเบกขาวางเฉยเลยสบาย                 กินได้นอนได้ช่างรู้อยู่
ใครคุยกันเสียงดังก็นั่งดู                   ได้ยินเสียงเพียงหูไม่สู่ใจ
ไม่อยากรับอารมณ์ภายนอก              ถึงใครมาบอกก็ฟังได้
นอนทำภาวนาสบายใจ                      เรื่องราวของใครฉันไม่ฟัง
การนินทากาเลเสเพลกล่าว               อย่าเอาข่าวมาไว้ใส่ใจชั่ง
เรื่องธรรมะอนัตตานั้นน่าฟัง	      จะนอนนั่งนิ่งนึกตรึกให้ดี
วิญญาณังอนัตตาปัญญาฉลาด	       ตัดให้ขาดแค่วิญญาณมารหลีกหนี
อย่าให้ถึงสัญญาจะพาลี                     จำไม่ดีอย่าจำรำคาญเอย
                                                                                            แม่อ๋อย

      ไข้ไปแล้ว ฉันก็จะแผ่ส่วนกุศลให้ และรักษาให้ โดยไม่ตอบจดหมาย เพราะมากด้วยกันและงานก็มากเหลือมือ ไม่มีเวลาตอบใครโดยทั่วถึง ตอบก็เสียเวลาสู้เอาเวลาที่จะเขียนตอบมานั่งทำสมาธิรักษาให้ไม่ได้ ได้ผลมากกว่ากัน และคนเจ็บจะมัวรอให้จดหมายถึงนั้นไม่ได้ต้องรีบแผ่ส่วนกุศลให้ก่อน เรื่องนี้เขียนบอกมาหลายครั้งแล้ว หาเล่มก่อนๆ อ่านดูเถิดเรื่องจน ขัดข้องต่างๆ จะให้ดูกรรมให้นั้นไม่มีเวลาเลย คนที่ยังต้องโทษอยู่ก็จงอดทนใช้กรรมไปเถิด เมื่อหมดกรรมแล้วก็จะดีขึ้นเอง จะให้ดูกรรมให้ ถ้าเผื่อกรรมหนักยังมีอีกจะเสียใจมากขึ้น เรื่องดูกรรมนี้ ไม่ดูให้แล้ว นอกจากจะมานั่งเรียนทางสมาธิเองทุกๆ วันเสาร์และอาทิตย์มีสอนตอน ๘–๑๐ น. ผู้อยู่ไกลไปไม่ได้ก็นัดเวลาตอนนี้ แล้วนั่งเองที่บ้านเมื่อมีอะไรก็บอกไปแต่ต้องส่งชื่อและนัดเวลาให้แน่นอน เริ่มวันไหนที่ไหนต้องให้มีสัจจะอย่าทำเล่นๆ ไม่ได้ผล ถ้าสติฟุ้งไปจะลำบาก ทางที่ดีคุณก็ควรจะไปเรียนขึ้นครูครั้งหนึ่งก่อน ไม่ต้องเสียอะไร นอกจากมีดอกไม้ธูปเทียนไปไหว้พระไหว้ครู
        เรื่องการทำบุญกองทานนี้ เป็นกุศลมหากุศลและได้รับผลเร็ว คุณบุญเรือน คำชนะ ซึ่งฉันได้พบเธอขณะที่จะไปกาญจนบุรี เธอเล่าให้ฟังว่า บิดาของเธอชื่อ นายมังกร คุนอึ้ง ถึงแก่กรรมเมื่อ ๑๘ กุมภ. ๐๙ พอบิดาเสียแล้วเธอก็ไม่ค่อยสบาย จึงฝากเงินให้เพื่อนนำมาทำบุญกองทาน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้บิดา
        ต่อมาอีกประมาณ ๒ เดือน เธอเล่าว่า เธอฝันเห็นบิดามาหา รูปร่างท่าทางท่านอ้วนท้วนแข็งแรงและมีความสุขดี เมื่อถามถึงทุกข์สุขท่านก็ตอบว่า ท่านสบายดีมีอาหารการกินบริบูรณ์และท่านพูดยิ้มๆ ว่า
“แต่อาหารที่เขาให้นั้นดีอร่อยจริง มีแต่ผักทั้งนั้น ไม่มีเนื้อๆ เลย” คุณบุญเรือน คำชนะ กล่าวว่า ดิฉันเชื่อสนิททีเดียวว่าบิดาของดิฉันได้รับอาหารมังสะวิรัติทางกองทานที่คุณแม่จัดทำแน่ค่ะ และได้เร็วเหลือเกิน
        พวกเราก็ดีใจด้วยที่บิดาของเธอได้รับความสุขสบายดี และขอให้คุณๆ เป็นสุขในธรรมโดยทั่วกัน 
                                  
สงฆนีวรมัย กบิลสิงห์
                       จากนิตยสารรายเดือนวิปัสสนาบันเทิงสาร
                               ฉบับเดือน พฤศจิกายน 2509
กลับหน้า   วัตรทรงธรรมกัลยาณี

 วัตรทรงธรรมกัลยาณี เลขที่ 195 ถนนเพชรเกษม ต. พระประโทน อ. เมืองฯ จ. นครปฐม 73000
โทร. (034) 258-270 โทรสาร (034) 284-315   E- mail : dhammananda99@hotmail.com
Copyright (c) 2002-2003 Thaibhikkhunis.org  All rights reserved.