หน้าแรก arrow บทความ arrow พระนางพิมพา ที่ภัทราวดีเธียเตอร์
พระนางพิมพา ที่ภัทราวดีเธียเตอร์ Print E-mail

      วันนี้ (๒๓ พค.๒๕๔๗) มดแดงแอบติดไปกับย่ามหลวงแม่ไปดูการแสดงจินตลีลาเรื่องพระนางพิมพาที่ภัทราวดีเธียเตอร์ คุณเล็ก (ภัทราวดี) กรุณาให้พี่นายขับรถมารับ พี่ๆป้าๆตามหลวงแม่ไปกันเต็มรถ แล้วยังมีพี่ๆสมาชิกที่วัตรตามไปสมทบที่ภัทราวดีเธียเตอร์ พี่พิมจองที่นั่งติดเวทีเพื่อถ่ายรูป พี่ต้อม พี่นัท พี่ณู พี่เค็ง และแม้พี่วารี สมาชิกใหม่ก็มาช่วยลุ้นพระนางพิมพาอยู่
      เริ่มรายการโดยคุณภัทราวดีเป็นผู้เล่าเรื่อง เพื่อเตรียมท่านผู้ชาเข้าสู่ฉากการแสดง โรงละครของคุณเล็ก เล็กไปถนัด ผู้ชมแน่นจนต้องนั่งบนบันไดทางเดิน และยังมีผู้ชมอีกส่วนหนึ่งนั่งดูรายการโดยโทรทัศน์วงจรปิดอยู่ด้านนอกอีกด้วย

       ผู้แสดงมีคนเดียว คืออาจารย์สิริธร เล่นเป้นพระนางพิมพา เสื้อผ้าที่ผู้แสดงเลือกใส่เป็นชุดชาวรัดแนบตัวสีเนื้อเป็นผ้ามัน ผายออกตรงสะโพกและบานยาวกรอมเท้า ทำให้เห็นลีลาการเยื้องกรายได้ชัดเจน ผมเกล้าเป็นมวยไว้ข้างหลัง แต่มีมะลิร้อยเป็นเส้นยาวหลายสิบเส้นแทนผม
      เปิดฉากที่พระนางพิมพาเพิ่งคลอดพระโอรส มีลีลาที่ลงไปตระกองกอด เห่กล่อมพระโอรสด้วยอาการทะนุถนอมและด้วยความรัก ขณะเดียวกันก็ชะเง้อเหลียวหาเจ้าชายสิทธัตถะ พระสวามี
      เสียงดนตรีคละกับเสียงผู้คนหัวเราะเยาะเย้ยพระนางที่ถูกพระสวามีทอดทิ้งไป ฉากนี้จบในความทุกข์และความอาดูร
      มีการเล่าเรื่องสลับเพื่อนำเข้าสู่ฉากที่พระพุทธเจ้าเสด็มมาเยี่ยมกบิลพัสดุ์ แต่พระนางปฏิเสธที่จะออกมาต้อนรับ ยืนยันว่าพระพุทธองค์ต้องเสด็จเข้าไปหาพระนางเอง พระพุทธองค์ทรงหยั่งรู้ในความทุกข์โศกของพระนาง ทรงห้ามพระโมคคัลลานะและพระสารีบุตรที่ตามเสด็จมิให้ห้ามปรามพระนาง ไม่ว่าพระนางจะทรงต้อนรับพระองค์ด้วยวิธีใด
      การแสดงบนเวทีเริ่มอีครั้งเมื่อพระนางได้พบพระพุทธเจ้า (ใช้สัญลักษณ์ดอกบัวสีทอง)
พระนางทรงปีติเข้ามากราบแทบพระบาท สยายพระเกษาเช็ดพระบาท พร่ำรำพันทูลถามว่าเหตุใดจึงทอดทิ้งพระนางและพระโอรสเป็นเวลายาวนาน ผู้แสดงแสดงให้เห็นถึงความทุกข์ทรมาน และในตอนท้ายแสดงอารมณ์โกรธเกรี้ยวกราดดึงทึ้งมะลิที่ร้อยเป็นสายยาวขาดหมด ตรงนี้ผู้ชมหลายคนคิดว่าไม่น่าจะใช่อารมณ์ของพระนาง
      เมื่อเคลียร์เวทีแล้ว พระภิกษุ ม.ร.ว.นนธวัช ยุคล และ หลวงแม่เป้นผู้นำการเสวนา โดยหลวงแม่ได้เล่าเรื่องราวของพระนางว่าโดยทั่วไปแล้ว เรื่องราวที่ตกทอดมาถึงเราในสมัยหลังนั้น เป็น history คือประวัติที่เกี่ยวกับผู้ชายและเป็นเรื่องที่ผู้ชายเขียน การแสดงเรื่องพระนางพิมพาเขียนอย่าง herstory คือผู้หญิงเขียน เรื่องราวของผู้หญิง จากแง่มุมมองจากสายตาและความรู้สึกของผู้หญิง โดยพระนางพิมพาเป็นตัวเอกของเรื่อง พระพุทธเจ้าเป็นตัวประกอบ แสดงให้เห็นถึงความทุกข็ระทมของพระนาง จนท้ายที่สุดแม้พระโอรสก็ถูกพรากไปอีกเช่นกัน เมื่อพระพุทธองค์ให้พระสารีบุตรให้การบรรพชาพระราหุลเป็นสามเณร ยังความเศร้าโศกเสียใจมาสู่พระนางพิมพา ผู้เป็นมารดา และพระเจ้าสุทโธทนะและพระนางมหาปชาบดี
      หลังจากที่พระเจ้าสุทโธทนะเสด็จสวรรคตแล้ว พระนางมหาปชาบดีได้ทรงออกผนวช ต่อมาพระนางพิมพาก็ออกผนวชเป็นภิกษุณีเช่นกัน เมื่อพระชนม์ ประมาณ ๔๐ พรรษา ต่อมาไม่นานก็ได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันต์ เป็นผู้ที่พระพุทธองค์ทรงยกย่องว่ามีความเป็นเลิศในทางมหาอภิญญา
      เมื่อพระนางพระชนม์ ๗๘ พรรษา ปรารถนาที่จะถวายเกียรติต่อพระพุทธองค์ผู้ทรงเป็นพระอาจารย์ จึงถวายบังคมลาเพื่อปลงอายุสังขาร พระพุทธองค์ทรงอนุญาต แต่ขอให้พระนางแสดงความสามารถในทางอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ให้ปรากฏเพื่อให้ประจักษ์แก่พระภิกษุภิกษุณีสงฆ์ทั้งหลายที่อยู่ที่นั่น พระนางทรงแสดงพระชาติในอดีตที่เคยเกิดเป็นคู่บุญบารมีกับพระโพธิสัตว์เจ้าหลายภพหลายชาติในอดีต แล้วจึงทูลลากลับไปปลงอายุสังขารที่กุฏิส่วนพระองค์ พระพุทธองค์ทรงโปรดให้จัดงานถวายพระเพลิงสมเกียรติของพระนางซึ่งเป็นเจ้าหญิงแห่งศากยะวงศ์ และพระมหาเถรีผู้เป็นเอตทัคคะในมหาอภิญญา ทรงเป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระศาสนาในสมัยพุทธกาล
      หลังจากจบเรื่องราวของพระนางพิมพาแล้ว คุณเล็กผู้ดำเนินรายการได้เปิดเวทีสนทนา เชื้อเชิญให้ผู้ฟังได้ถามและแสดงความคิดเห็น แต่คำถามส่วนมากที่เข้ามาจะเป็นความสนใจเรื่องภิกษุณี
ทั้งๆที่พระภิกษุ ม.ร.ว.นนธวัช พยายามเบนความสนใจว่าการพูดคุยเรื่องภิกษุณีไม่เป็นประโยชน์ การพูดคุยในครึ่งหลังจึงเป็นเรื่องภิกษุณีส่วนใหญ่ กลายเป็นเวทีให้ความรู้เรื่องภิกษุณีไปโดยปริยาย ทำให้ท่านผู้ฟังได้รับความรู้ เรื่องราวที่มา อุปสัค ที่ยังค้างคาของคณะสงฆ์ และสังคมไทย ตลอดจนท่าทีของพระภิกษุในการบวชภิกษุณีในประเทศไทย
      คุณเล็ก (ภัทราวดี) ได้รับคำชมจากหลายๆคนที่มดแดงแอบฟังว่า ท่านคุมสถานการณ์ และตะล่อมบรรยากาศในโรงละครได้อย่างดี ทำให้ทุกคนได้ความรู้ และกลับออกมาด้วยความรู้สึกที่ดีต่อ ๒ ชั่วโมงที่ได้พบกับเรื่องราวของพระนางพิมพาและภิกษุณี


 

วัตรทรงธรรมกัลยาณี เลขที่ 195 ถนนเพชรเกษม ต. พระประโทน อ.เมืองฯ จ.นครปฐม 73000
โทร. (034)258-270 โทรสาร (034) 284-315 E-mail: dhammananda9@hotmail.com
Copyright (c) 2002-2006 Thai Bhikkhunis All rights reserved.


จำนวนผู้เข้าชม ตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2549