การสืบสายภิกษุณีในประเทศไทย คลื่นลูกที่ ๒
คลื่นลูกที่ 2 ภิกษุณีวรมัย กบิลสิงห์
ประวัติ พระมหาโพธิธรรมาจารย์(ภิกษุณีวรมัย กบิลสิงห์) 
      ลูกหลานเรียกท่านว่า "หลวงย่า" "หลวงย่า" หรือ ภิกษุณี วรมัย กบิลสิงห์ ถือกำเนิดที่ ต. หนองปลาดุก อ. บ้านโป่ง จ. ราชบุรี เมื่อ 6 เมษายน 2451 เป็นบุตรคนที่ 6 ในครอบครัวที่มีบุตรธิดา 6 คน มารดาชื่อส้มจีน ในบั้นปลายชีวิตซึ่งบวชเป็นแม่ชี และเสียชีวิตในผ้าขาว บิดาชื่อเตียง "หลวงย่า" ใช้สกุลกบิลสิงห์ ซึ่งเป็นสกุลพระราชทานแก่ นายฉัตร มหาดเล็กหลวง และเป็นลูกผู้พี่ของคุณยายส้มจีน  เมื่อสามีตาย คุณยายส้มจีนอายุเพียง 36 ปี ถูกผู้มีอิทธิพลรังแก จึงอพยพลูกๆ เข้ากรุงเทพฯ
 "หลวงย่า" ได้รับการศึกษาจากโรงเรียนมหาพฤฒาราม,อัสสัมชัญ คอนแวนต์ และเคยไปเรียนที่ปีนังในช่วงสั้นๆ และได้เข้าเรียนพลศึกษา เป็นครูพลศึกษาหญิงคนแรกของประเทศไทย มีความถนัดพิเศษทางดาบฝรั่ง ท่านพูดถึงอาจารย์ของท่าน คือ อาจารย์กิมเส็ง ทวีสิทธิ์ อาจารย์ทีม อติปรมานนท์ ฯลฯ
      ท่านสอบได้วุฒิทางการศึกษา (วุฒิ พ.ป.) เป็นครูสอนพลศึกษาที่ ร.ร. เบญจมราชาลัย กรุงเทพฯได้เคยเดินทางโดยจักรยานไปกับคณะลูกเสือไทยไปสิงคโปร์ ใช้เวลา 29 วัน เมื่อพ.ศ. 2475 เป็นสตรีไทยคนแรกที่ทำสถิตินี้ เป็นการยืนยันว่าความมานะอดทน ไม่จำกัดด้วยความแตกต่างทางเพศ
      นอกจากเป็นครูแล้ว ท่านยังเป็นนักเขียน ได้ใช้ชีวิตเป็นนักหนังสือพิมพ์อยู่หลายปี ในชีวิตส่วนตัว ท่านสมรสกับนายก่อเกียรติ ษัฏเสน สส. จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ พ.ศ. 2485 มีลูกหลานโดยสายโลหิต คือธิดา ได้แก่ รศ.ดร. ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์ ซึ่งต่อมาบรรพชาเป็นสามเณรีธัมมนันทา (พ.ศ. 2544) มีหลานยาย 3 คน คือ นายเอกฉัตร นายวรฉัตร นายฉัตรฐากูร กบิลสิงห์ เหลนย่าทวด 2 คน คือ ด.ญ. นนท์ชนก กบิลสิงห์ และ ด.ช. ปารมี กบิลสิงห์
      การหักเหชีวิตเข้าสู่สมณเพศ ท่านเริ่มหันมาสนใจการทำสมาธิ และศึกษาธรรมะ เริ่มต้นจากวัดปากน้ำภาษีเจริญ หลวงพ่อลี วัดอโศการาม การทำกรรมฐานแบบวัดมหาธาตุ ฯลฯ และเริ่มออกหนังสือวิปัสสนา บันเทิงสาร เป็นนิตยสารธรรมะรายเดือน ติดต่อกันนานถึง 32 ปี
      ท่านรับศีล 8 จากท่านเจ้าคุณพรหมมุนี (ผิน สุวโจ) รองเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวรวิหาร เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2499 และต่อมาได้เดินทางไปรับการบรรพชาอุปสมบทจากไต้หวัน พ.ศ. 2514 เป็นภิกษุณีองค์แรกในประเทศไทย เริ่มก่อตั้งวัตรทรงธรรมกัลยาณีที่ จังหวัดนครปฐม
      ตั้งแต่ พ.ศ. 2501 ดำเนินกิจการในการเผยแพร่พระพุทธศาสนา อบรมสั่งสอนพุทธศาสนิกชน และทำงานด้านสังคมสังเคราะห์ ควบคู่กันมาตลอด
      พระมหาธรรมาจารย์มหาเถรี มีสามเณรีธัมมนันทา บุตรีโดยสายโลหิต และสายธรรม สืบสานการรับใช้พระศาสนาต่อมาจนปัจจุบัน