เยี่ยมผู้ป่วยเอดส์ระยะสุดท้าย บทบาทใหม่ของภิกษุณีสงฆ์

      คุณจรูญศรี ปานโต นักจิตวิทยา จากโรงพยาบาลบำราศนราดูรมานิมนต์หลวงแม่ไปเยี่ยมผู้ป่วยเอดส์ระยะสุดท้ายในวันที่ ๑๔ ตุลาคมที่ผ่านมา ในช่วงเวลานั้นหลวงแม่เดินทางไปประชุมศานติสภาที่นิวยอร์ค ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อหลวงแม่เดินทางกลับเมืองไทย ท่านจึงได้มอบหมายให้สามเณรีธัมมธีราและอนาคาริกาธัมมวัณณาไปปฏิบัติหน้าที่แทน
แรกทีเดียวคุณจรูญศรีได้แจ้งให้ทราบว่าทางโรงพยาบาลมีความประสงค์ที่จะนิมนต์หลวงแม่ไปให้กำลังใจผู้ป่วยหญิงที่ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งเป็นผู้ป่วยเอดส์ระยะสุดท้ายและต้องการกำลังใจมาก เนื่องจากผู้ป่วยเหล่านั้นได้สูญเสียสามีและลูกไปแล้ว ส่วนตนเองก็กำลังจะเสียชีวิต รวมทั้งต้องการนิมนต์หลวงแม่ให้ไปเทศน์เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจกับบบรรดาเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยเหล่านั้นด้วย ทั้งนี้เธอมีความเชื่อว่าการที่นิมนต์พระผู้หญิงไปให้กำลังใจกับผู้ป่วยผู้หญิงนั้นน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ป่วยไข้ ในแง่ที่ว่าพระผู้หญิงสามารถให้ความใกล้ชิดกับผู้ป่วยหญิงได้มากกว่าพระผู้ชาย รวมทั้งผู้หญิงน่าจะเข้าใจความรู้สึกตลอดจนความสูญเสียของผู้หญิงด้วยกันได้ดีกว่าอีกด้วย
นอกจากนั้น บรรดาเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลก็มีความสนใจในเรื่องของศาสนามากพอสมควร พอจะรวมตัวกันเป็นกลุ่ม จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่จะนิมนต์ให้พระผู้หญิงไปเทศน์ให้เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลฟังเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในโอกาสเดียวกัน

นั่นเป็นครั้งแรกทีผู้เขียนได้มีโอกาสพบกับคุณจรูญศรีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลบำราศนราดูรผู้มาติดต่อที่วัตรฯ ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของวัตรฯ การได้ฟังข้อมูลเช่นนั้นก็รู้สึกสะเทือนใจและอยากจะมีส่วนร่วมในการไปเยี่ยมผู้ป่วยเหล่านั้นในทันที
ก่อนถึงวันกำหนดนัดหมายกับโรงพยาบาลบำราศนราดูร ๑ วัน หลวงแม่ ได้มอบหมายให้หลวงพี่ธัมมธีราและผู้เขียนไปทำหน้าที่แทนหลวงแม่ ในการเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาล พร้อมกำชับว่า "ในฐานะที่พวกเราเป็นนักบวชให้ใช้วาจาให้เป็นประโยชน์โดยบอกกับผู้ป่วยให้มีจิตใจตั้งอยู่ในกุศลเสมอ ให้อยู่กับปัจจุบัน ให้นึกถึงคุณงามความดีที่เคยได้ทำมาในอดีต บอกผู้ป่วยป่วยให้คลายจากความห่วงกังวล เรื่องอดีตก็ปล่อยให้ผ่านไปอย่ามัวเสียใจ ให้ผู้ป่วยอยู่กับลมหายใจ บอกผู้ป่วยให้อยู่กับขณะปัจจุบันนะ" หลวงแม่กำชับ
พร้อมกันนี้หลวงแม่ยังได้มอบนมกล่องอีกจำนวนหนึ่งให้ไปเยี่ยมผู้ป่วยด้วย โดยนมกล่องเหล่านี้หลวงแม่ได้ขอบารมีของพระพุทธไภษัชคุรุฯ พุทธเจ้า เพื่อให้ผู้ป่วยได้อธิษฐานขอบารมีเพื่อดื่มเป็นยารักษาโรคภัยไข้เจ็บ ให้ผู้ป่วยมีสุขภาพแข็งแรง รวมทั้งหลวงพี่ธัมมทินนาก็ได้มอบเครื่องดื่มชนิดผงสำเร็จรูปสำหรับชงดื่มกับน้ำร้อนให้ไปเยี่ยมผู้ป่วยอีกด้วย
วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๔๘ หลวงพี่ธัมมธีราและผู้เขียนได้เดินทางไปถึงโรงพยาบาลบำราศนราดูร ผู้คนในโรงพยาบาลค่อนข้างบางตาเพราะเป็นวันศุกร์บ่าย คุณจรูญศรีแจ้งให้พวกเราทราบว่า สำหรับผู้ป่วยหญิงแล้วตามประวัตินั้น ผู้ป่วยส่วนมากติดเชื้อเอดส์มาจากการติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากสามีและเพื่อนชาย
ผู้ป่วยที่เราเดินทางไปเยี่ยมนั้นเป็นผู้ป่วยหญิงที่มีอายุอยู่ในราว ๒๐ ต้นๆ เป็นส่วนมาก และอีกจำนวนหนึ่งเป็นผู้ป่วยที่อยู่ในวัยกลางคน รายแรกที่เราไปเยี่ยมนั้น สมมุติว่าเธอชื่อ ก. เธอนอนตะแคงอยู่บนเตียง คุณจรูญศรี นักจิตวิทยาของโรงพยาบาล เดินเข้าไปที่เตียงจับแขนเธอแล้วเรียกชื่อผู้ป่วยเบาๆ พร้อมสอบถามสารทุกข์สุกดิบ และกล่าวแนะนำว่าเนื่องในโอกาสวันออกพรรษาทางโรงพยาบาลได้นิมนต์พระผู้หญิง มาให้ ก. ใส่บาตรนะ
พร้อมยื่นห่อสิ่งของให้ผู้ป่วยได้ถวายพระโดยทางโรงพยาบาลได้ตระเตรียมไว้ให้ผู้ป่วยเป็นที่เรียบร้อยให้ผู้ป่วยได้มีโอกาสใส่บาตรกับหลวงพี่ธัมมธีรา หลวงพี่รับประเคนแล้วให้พรผู้ป่วย จากนั้นจึงมอบของใช้เหล่านั้นคืนให้ผู้ป่วยไว้ใช้ในเวลาจำเป็น พร้อมกันนี้พวกเรายังได้แจ้งให้ผู้ป่วยทราบว่า หากผู้ป่วยต้องการจะอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร หรือต้องการอุทิศให้ผู้ใดเป็นพิเศษนั้นก็ขอให้เขียนรายชื่อมาทางวัตรฯ จะมีพิธีถวายกองทานเพื่ออุทิศให้กับเจ้ากรรมนายเวร ขอให้ผู้ตั้งจิตและน้อมใจอุทิศส่วนกุศลในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ด้วย
ผู้ป่วย ก. มีท่าทางสดใสแม้ว่าเธอจะซูบผอมมาก เธอสอบถามว่าวัตรฯ เราอยู่ที่ไหน และกล่าวว่าหากถ้าเธอมีอาการดีขึ้นแล้วจะได้มาเยี่ยมที่วัตรฯบ้าง ผู้เขียนถามว่าเธอทานข้าวได้หรือไม่ เธอตอบว่าตอนนี้เริ่มทานข้าวได้ตามปกติแล้ว
เมื่อผู้เขียนได้เห็นสีหน้าที่แม้ว่าจะอิดโรยแต่ก็มีรอยยิ้มระบายอยู่บนใบหน้า นั่นทำให้ผู้เขียนรู้สึกปิติว่าอย่างน้อยที่สุด ในช่วงเวลาที่วิกฤติของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ในช่วงเวลาที่เธอไม่มีใคร พวกเรายังสามารถหยิบยื่นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เป็นกำลังใจให้กับเธอได้บ้าง ดูเธอมีความสุขขึ้นจริงๆ ที่พวกเรามาเยี่ยม นี่อาจเป็นสิ่งที่พวกเราอาจทำให้เธอได้ในช่วงเวลานี้ ผู้เขียนก็รู้สึกดีใจมากที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าว ผู้เขียนเอื้อมมือไปจับขาเธอเบาๆ เพื่อให้กำลังใจและขอให้เธอรักษาสุขภาพให้มากๆ
เตียงต่อมาเธอชื่อ ข. ผู้ป่วยรายนี้คุณหมออนุญาตให้กลับบ้านได้ในสัปดาห์หน้า สังเกตดูจากหน้าตาของ ข. แล้วดูสดชื่นแจ่มใสกว่าผู้ป่วยรายอื่นๆ พอจะมีเรี่ยวแรงพูดคุยกับพวกเรา
ส่วนผู้ป่วยหญิงอีก ๒ รายถัดไปนั้นเป็นผู้ป่วยที่คุณหมออนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วเมื่อต้นสัปดาห์ แต่เนื่องจากทราบถึงกิจกรรมที่โรงพยาบาลได้จัดขึ้นและจะนิมนต์พระผู้หญิงมาเยี่ยมผู้ป่วยด้วยนั้น พวกเธอทั้ง ๒ คนซึ่งเป็นเพื่อนกันจึงขออนุญาตคุณหมอพักต่อที่โรงพยาบาลอีกสัก ๒ - ๓ วัน เพื่อที่จะได้มีโอกาสพบกับพระผู้หญิงบ้าง เธอทั้งสองนั่งรออยู่บนเตียงอย่างใจจดใจจ่อรอเวลาที่พวกเราจะเข้าไปพบ ผู้ป่วย ค. และผู้ป่วย ง. บอกว่าดีใจมากที่พวกเรามาเยี่ยม
ผู้ป่วย ง. กราบหลวงพี่และผู้เขียนที่เตียงแล้วเล่าว่าเธอเป็นแม่ของลูกๆ อีก ๑๑ คน เธอขอทำบุญและใส่บาตรกับหลวงพี่ขออุทิศส่วนกุศลให้กับลูกๆ ของเธอด้วย เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลให้ข้อมูลเพิ่มเติมในภายหลังว่า ผู้ป่วย ง. ผ่านการทำแท้งมาแล้ว ๒ ครั้ง และยังมีความรู้สึกเสียใจอยู่ เธอจึงขออุทิศส่วนกุศลให้กับลูกๆ ของเธอด้วย
ผู้ป่วย ง. ขอจับมือของหลวงพี่ธัมมธีราเพื่อไปวางบนศีรษะของเธอ และทำท่าเหมือนจะร้องไห้ หลวงพี่บอกว่ากับเธอว่าไม่ต้องเสียใจกับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว ให้มีชีวิตอยู่กับปัจจุบันและทำหน้าที่ของเธอในวันนี้ให้ดีที่สุด และอย่าไปกลัวกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ผู้ป่วย ค. เล่าเสริมอีกด้วยว่าพอรู้ข่าวว่าพวกเราจะ มาเยี่ยมเท่านั้นก็รู้สึกมีกำลังใจและตั้งตารอ ดีใจที่มีพระผู้หญิงมาโปรดพวกเธอบ้าง
คุณจรูญศรีกล่าวกับพวกเราว่าในตอนแรกที่ตั้งใจจะจัดกิจกรรมนี้มีเสียงจากผู้บริหารแบ่งเป็นสองฝ่าย ฝ่ายแรกเห็นว่าการที่เจ้าหน้าที่นิมนต์พระมาเยี่ยมผู้ป่วยนั้นจะเป็นการตอกย้ำว่าผู้ป่วยอาการหนักมากรึเปล่า การนิมนต์พระมาจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกแย่ลงหรือไม่ แต่ผู้บริหารอีกส่วนหนึ่ง คิดว่าเป็นสิ่งที่ดี และให้การสนับสนุน
สำหรับคุณจรูญศรีแล้วการที่เธอตัดสินใจที่จะจัดกิจกรรมนี้เพราะว่าเธอมั่นใจว่าจะทำให้ผู้ป่วยมีกำลังใจมากขึ้น และมีความรู้สึกอบอุ่นใจมากขึ้น ซึ่งการตอบรับของผู้ป่วยก็เป็นไปตามที่คาดหมายไว้เช่นนั้นจริงๆ
ผู้ป่วยรายต่อมานั้นอยู่บริเวณริมสุดของห้องพัก ได้แก่ผู้ป่วย จ. และผู้ป่วย ฉ. ซึ่งมีอาการค่อนข้างหนักทีเดียว ทั้งนี้ผู้ป่วย จ. นั้น มีญาติมาเฝ้าอยู่ด้วย แม้ผู้ป่วย จ.จะดูเป็นทุกข์มากและนอนซมอยู่บนเตียง แต่เมื่อมองเห็นดวงตากลมโตของเธอแล้วก็มีเค้าให้เห็นว่าเธอเคยเป็นเด็กสาวที่สวยคนหนึ่ง เธอฝืนยิ้มกับพวกเราเล็กน้อย และพนมมือรับพรจากหลวงพี่ธัมมธีรา
หลวงพี่แนะนำว่าให้เธอมีจิตใจตั้งอยู่ในกุศลนึกถึงคุณงามความดีที่เคยทำไว้ในอดีต ให้นึกถึงพระ ให้อยู่กับลมหายใจปัจจุบัน ถ้าปวดหัวมาก ก็ให้กำหนดรู้ว่ากำลังปวดหัว ให้แผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวร และแผ่เมตตาให้กับตัวเองด้วย
เตียงถัดมาคือผู้ป่วย ฉ . รายนี้ก็เป็นผู้ป่วยหญิงที่มีเค้าของความสะสวยอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ทว่าในขณะนี้เธอปวดหัวทุรนทุรายนอนกระสับกระส่าย มีคุณแม่นั่งอยู่ข้างๆ คุณแม่ของฉ. ลงไปนั่งยองๆ กับพื้น พร้อมยกมือไหว้หลวงพี่และแจ้งว่าเธอเป็นชาวจังหวัดเลย ในชีวิตยังไม่เคยเห็นพระผู้หญิงมาก่อนนับว่าเป็นบุญตาแท้ๆ
เธอบอกพวกเราว่าลูกสาวของเธอนั้นปวดหัวมาก หลวงพี่และผู้เขียนจึงสวดมนต์ขอบารมีของพระพุทธเจ้าไภษัชยคุรุฯ พุทธเจ้าให้ลูกสาวของเธอ พร้อมวางมือบนศีรษะของ ฉ. หลวงพี่บอก ฉ. ว่าให้เธอนึกถึงแม่ให้มากๆ ให้นึกพระคุณของท่านเสมอ
รวมทั้งหลวงพี่ยังบอกให้คุณแม่ของ ฉ. อธิษฐานเพื่อส่งกำลังใจให้ลูกสาว หลวงพี่บอกว่าความรักของแม่จะเป็นเหมือนสายใยที่เยียวยาความเจ็บปวดให้กับลูกสาวได้ดีที่สุด และให้สัมผัสตัวฉ. บ่อยๆ และคอยบอกฉ. เสมอว่า แม่อยู่ข้างๆ บอกผู้ป่วยว่าไม่ต้องเป็นห่วงอะไร
คุณแม่ของฉ.กล่าวว่าได้สัมผัสและบีบเนื้อตัวของฉ. อยุ่ เสมอ เพื่อให้เธอรู้สึกปลอดภัย และรู้สึกวางใจ คุณแม่ของ ฉ. ยังเล่าต่ออีกด้วยว่าเมื่อคืนที่ผ่านมามีผู้ป่วยที่นอนอยู่ในบริเวณเดียวกันนี้ เพิ่งเสียชีวิตไปถึง ๒ ราย เธอรู้สึกใจคอไม่ดี และผู้ป่วยก็ใจเสีย หลวงพี่ธัมมธีราปลอบว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว ความตายก็อาจมาถึงพวกเราทุกๆ คนนั่นแหละ ต่างกันแต่ว่าที่ไหนและเมื่อไหร่เท่านั้น อย่าไปใจเสียให้ตั้งสติให้ดีๆ ให้มองเห็นความจริงของชีวิต ให้เห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้เสมอ
ผู้ป่วยรายถัดมาถือได้ว่าอาการเข้าขั้นวิกฤติที่สุดเธอมีชื่อว่า ส. ผู้ป่วย ส. นอนแน่นิ่งไม่ไหวติงราวกับท่อนไม้ ผมร่วง ร่างการผอมบางเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก มีเพียงลมหายใจเท่านั้นที่เป็นสัญญาณแสดงว่าเธอยังมีชีวิตอยู่
คุณจรูญศรีบอกกับพวกเราว่าให้ช่วยคุยกับผู้ป่วย ส. สักหน่อยเพราะว่าเธอคงจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกไม่นาน หลวงพี่เข้าไปกระซิบที่ข้างหูของผู้ป่วย ส. เพื่อบอกว่าพวกเรามาเยี่ยมและมาให้ ส. ได้ใส่บาตรนะ ผู้ป่วยไม่ได้มีปฏิกริยาตอบสนองอะไรในทันที
หลวงพี่และผู้เขียนจึงสวดมนต์ให้พรตลอดเวลาที่พวกเราอยู่ตรงนั้นหลวงพี่ประคองมือของเธอไว้ให้เธอได้ประเคนของถวายพระ และหลวงพี่ก็ได้บีบมือของ ผู้ป่วย ส.ไว้แน่นๆ พร้อมบอกกับ ส. ว่าไม่ต้องห่วงใยอะไรให้พักผ่อนให้สบาย ดูจากสภาพของผู้ป่วย ส. แล้วอาจกล่าวได้ว่าเธอสามารถที่จะจากโลกนี้ไปได้ในทุกๆ ลมหายใจ
ทันใดนั้นเองสิ่งที่เราไม่ได้คาดคิดก็เกิดขึ้นผู้ป่วย ส. แสดงอาการรับรู้ด้วยการ
กลอกตาไปมา เหตุการณ์นี้กระทบจิตใจของผู้เขียนมาก ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็สร้างความสะเทือนใจอยู่ไม่น้อยเป็นอุบายในการทำจิตให้สงบได้เป็นอย่างดี เตือนให้ผู้เขียนรู้สึกว่าความตายอยู่ใกล้ๆ เรานี่เอง ไม่ว่าจะเป็นความตายของตัวเราเองหรือความตายของผู้อื่น
ทว่าผู้ป่วยที่อาการเพียบเช่นนี้ยังสามารถแสดงอาการรับรู้ในความปรารถนาดีของพวกเรา ผู้เขียนเห็นว่านี่เป็นอำนาจของจิตที่สำคัญประการหนึ่งของมนุษย์ ที่สมองยังคงสั่งการและรับรู้ได้ในขณะที่ร่างกายของผู้ป่วยแทบจะหยุดทำงาน ผู้เขียนหวังว่าสิ่งที่พวกเรากำลังทำอยู่น่าจะช่วยเธอได้ในช่วงลมหายใจสุดท้ายของชีวิต ให้เธอประทับลงในจิตใจว่าเธอได้ทำกุศล อยากให้เธอได้ประคองจิตของเธอในลักษณะเช่นนี้ได้สำเร็จในช่วงเวลาที่ต้องจากโลกนี้ไปจริงๆ
ในโอกาสเดียวกันเรายังได้ไปเยี่ยมผู้ป่วยชายอีกด้วย ส่วนหนึ่งของผู้ป่วยชายส่วนหนึ่งติดเชื้อเอดส์มาจากการเสพยาเสพติดใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน และการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ผู้ป่วยหลายรายมีอาการปวดศีรษะมาก และไม่สามารถรับประทานอาหารได้ มีอาการเบื่ออาหาร อาเจียน มีไข้ ท้องร่วงตลอดเวลา
ในบางรายมีอาการสับสน ความจำเสื่อม เนื่องจากเชื้อราขึ้นสมองทำให้มีอาการปวดหัว และมีความจำที่พร่าเลือน สำหรับผู้ป่วยหญิงและผู้ป่วยชายจะมีอาการเบื้องต้นที่คล้ายคลึงกันคือ เป็นโรคปอด วัณโรค และโรคติดต่อทางลมหายใจอื่นๆ มีอาการไอ จาม ปนเสลด น้ำเหลืองและเลือด ออกมาเป็นระยะๆ ในรายที่มีอาการทรุดหนักมากๆ จะมีไข้สูง รับประทานอาหารไม่ได้ และมีอาการท้องร่วงสลับกันไป นอกจากนี้ในระยะสุดท้ายที่เชื้อรากระจายขึ้นสู่สมองแล้ว ผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะตลอดเวลา คุณหมอจะสั่งให้เจาะน้ำในกระดูกสันหลังและทำซีทีสแกนเพื่อดูการลุกลามของเชื้อราในสมอง
สำหรับผู้ป่วยที่เป็นเด็กนั้นใน ๑ วัน ถ่ายมากถึงถึง ๑๐ กว่าครั้ง ก็มีร่างกายผ่ายผอมเพราะสูญเสียน้ำเป็นจำนวนมาก ในผู้ป่วยที่เป็นเด็กนี้อายุเพียง ๕ ขวบเท่านั้น แต่ก็ต้องเข้าออกโรงพยาบาลตลอดเวลา เป็นผู้ป่วยเด็กที่มาจากสถานสงเคราะห์เด็ก ในบางครั้งมีอาสาสมัครที่เป็นผู้ป่วยเอดส์ที่เป็นผู้ใหญ่แต่สุขภาพแข็งแรงก็มาช่วยเฝ้าไข้ให้ คาดว่าแม่ของผู้ป่วยเด็กรายนี้เสียชีวิตแล้ว ผู้ป่วยเด็กต้องอยู่กับตายายแต่เนื่องจากญาติของผู้ป่วยมีอายุมากและฐานะยากจน งต้องส่งผู้ป่วยรายนี้มาอยู่ที่สถานสงเคราะห์เด็กและโรงพยาบาลก็รับมาดูแลในที่สุด
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ให้ข้อมูลพร้อมพูดถึงแนวโน้มของการกระจายของโรคเอดส์ว่า ขณะนี้ผู้ป่วยที่เข้ามาบำบัดรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลนั้นเป็นวัยรุ่นตอนปลายโดยมีอายุราว ๒๐ ต้นๆ แต่ในอนาคตแนวโน้มของผู้ป่วยเอดส์จะอายุน้อยลงเรื่อยๆ และจะเป็นผู้ป่วยที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นตอนต้นด้วยซ้ำไป เพราะจากสถิติแล้วปัจจุบันสำหรับค่าเฉลี่ยของผู้ที่ทำแท้งในปัจจุบันนั้นมีอายุเพียง ๑๕ ปี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยเฉพาะโรคเอดส์นั้นก็จะแพร่กระจายตั้งแต่ก่อนอายุ ๑๕ ปีอีกด้วย น่าเป็นห่วงอนาคตของชาติที่เราได้ฝากไว้กับเยาวชนคนรุ่นหลัง
ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับการมาเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาลบำราศนารดูรในครั้งนี้ ผู้เขียนยังได้ตั้งข้อสังเกตว่าโรงพยาบาลมีจำนวนผู้ป่วยที่น้อยกว่าปกติ เพราะหากดูจากศักยภาพ ตลอดจนกำลังความสามารถของเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการซึ่งมีความชำนาญเป็นพิเศษในการดูแลผู้ป่วยโรคเอดส์แล้ว โรงพยาบาลสามารถดูแลผู้ป่วยได้มากกว่านี้อีกหลายเท่าตัว เมื่อเรียนถามเจ้าหน้าที่จึงได้ให้ความกระจ่างว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามพันธกิจของโรงพยาบาลซึ่งต้องสอดคล้องกับนโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ทำให้จำนวนผู้ป่วยที่โรงพยาบาลสามารถรับรักษานั้นมีจำนวนที่น้อยลงตามงบประมาณที่จำกัด
ผู้เขียนเห็นว่านี่ถือเป็นเรื่องที่น่าห่วงใยเป็นอย่างยิ่งเพราะไม่ใช่ว่าเจ้าหน้าที่จะไม่อยากบริการประชาชน แต่ก็ต้องถูกบังคับในเชิงนโยบายและข้อจำกัดที่โรงพยาบาลได้รับ ในขณะที่แนวโน้มของผู้ป่วยเอดส์มีสูงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้ป่วยที่ได้รับการบรรจุให้เข้ารักษา ณ โรงพยาบาลแห่งนี้นั้น ผู้เขียนขอใช้คำว่าผู้ป่วยโชคดีเหมือน
ถูกลอตเตอรี่เลยทีเดียว เพราะกว่าจะได้รับการรับรองสิทธิและได้รับใบส่งตัวให้มาสามารถเข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งนี้ต้องผ่านการคัดกรองหลายชั้น ทั้งในส่วนของทะเบียนประวัติให้มีคุณสมบัติตรงตามสิทธิของบัตรประกันสุขภาพ ๓๐ บาท รวมทั้งขั้นตอนในทางทะเบียนอื่นๆ อีกมากมาย
นี่แหละคือสิ่งที่รัฐบาลได้มอบให้กับประชาชนในยามยากโครงการ ๓๐ บาท รักษาได้ทุกโรคจริงๆ แม้กระทั่งโรคเอดส์แต่ต้องพิจารณาด้วยว่ารักษาได้กี่คนเป็นจำนวนเท่าไหร่ โรงพยาบาลต้องแบกรับค่าใช้จ่ายมากจริงๆ จึงทำให้ต้องจำกัดจำนวนในการรับผู้ป่วยลง นี่ไม่ใช่ความผิดของเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการแต่เป็นความผิดพลาดในระดับนโยบายที่รัฐบาลต้องแก้ปัญหา มิใช่ปล่อยให้ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมเป็นไปตามยถากรรม
การที่ได้เห็นผู้ป่วยทุกข์ทรมานจากโรคภัยไข้เจ็บยังไม่สู้ทำให้ผู้เขียนรู้สึกเศร้าใจได้มากเท่ากับเหตุไม่เป็นธรรมอันเกิดขึ้นในระบบราชการเช่นนี้เลย เพราะความเจ็บป่วยและความตายเป็นปกติธรรมดาของชีวิตมนุษย์ แต่เหตุบิดเบี้ยวในเชิงงบประมาณทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพของบริการขั้นพื้นฐานที่รัฐควรมีให้กับประชาชนนั้นสะท้อนให้เห็นถึงสภาวะที่ไม่ปกติภายในจิตใจที่เต็มไปด้วยความ โลภ โกรธ หลง ของคนในระดับผู้นำประเทศ
สำหรับผู้เขียนนั้นได้ตระหนักว่าเชื้อไวรัสโรคเอดส์นั้นยังไม่น่ากลัวเท่าไหร่นัก หากเรารู้จักป้องกัน และระมัดระวังตัว เมื่อเทียบกับไวรัสแห่งกิเลสที่เกาะกินใจของผู้คนที่เราได้มอบความไว้วางใจให้มาบริหารประเทศ ไม่มีวิธีไหนที่เราจะสามารถป้องกันได้เลยหากเขาผู้นั้นไม่ได้มีความตระหนักรู้ถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่สังคมส่วนรวมและกับผลประโยชน์ของประเทศชาติ
 
     ธัมมวัณณา