ดอกบัวบานที่ฝั่งพระประโทน

        กิเลสเดินทางไวกว่าแสงฉันใด การจะหยุดกิเลสได้ก็ต้องอาศัยใจ ที่มีกำลังฉันนั้น แล้วใจที่มีกำลังมาจากไหน? หนึ่งปีกว่าผ่านไปกับการเดินทาง “ ภายใน ” ของสามเณรีธัมมนันทา มีรายละเอียดมาเล่าสู่กันฟังว่าหลังจากที่ท่านสละเพศฆราวาสเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์แล้วเป็นอย่างไร
       ยิ้มรับกับวันใหม่
     
ท่ามกลางความผันผวนของลมฟ้าอากาศที่ร้องเปรี้ยงและชุกฝนไม่แตกต่างกับความคิดคนที่เวียนว่ายไม่รู้จบ รุ่งอรุณของทุกวันอาทิตย์หลังจากสวดมนต์ทำวัตรเช้าตอนตีห้ากว่าๆ แล้ว สามเณรีธัมมนันทาอุ้มบาตรออกเดินไปทางด้านหลังของวัตรทรงธรรมกัลยาณี แวะบ้านที่เตรียมอาหารไว้คอยใส่บาตรท่าน เป็นอาหารมังสวิรัติและดอกไม้ ซึ่งท่านได้บอกกับชาวบ้านไว้ก่อนแล้ว ชาวบ้านจะได้ไม่เสียเวลากับการทำอาหารที่ท่านฉันไม่ได้มาใส่บาตร ในข้อนี้อาจมีคนโต้แย้งว่า ทำไม่ถูก จริงๆ แล้วชาวบ้านจะใส่บาตรอะไรก็ต้องฉัน เลือกไม่ได้ ซึ่งท่านให้ความเห็นว่าการปฏิบัติธรรมเริ่มจากศีลข้อหนึ่ง คือละเว้นการฆ่าสัตว์ และทำชีวิตอื่นให้ตกล่วง ท่านเลิกฉันเนื้อสัตว์แล้ว เหตุไฉนท่านจะต้องสนับสนุนให้คนฆ่าสัตว์เพื่อทำอาหารมาให้ท่านฉันด้วยเล่า ในข้อนี้ไม่ทำให้ชาวบ้านที่ใส่บาตรท่านในยามเช้าสะดุดใจเลย สังเกตได้จากรอยยิ้มผ่องใสของชาวบ้าน รอคอยท่านมาที่บ้านค่อยๆ ตักข้าว และอาหารจากขันลงในบาตรด้วยความอิ่มใจ มีน้องๆ สองสามคนคอยเดินตามหลังรับอาหารจากท่านใส่ย่ามกลับวัตรฯ  ข้าวก้นบาตรเลี้ยงคนในวัตรฯ ได้สิบกว่าชีวิต บุญกุศลที่ชาวบ้านได้ทำยังชีวิตสมมิตสงฆ์ที่ตั้งใจเพียรเผากิเลสและยังช่วยผู้คนให้ได้พบเส้นทางแห่งความสงบเย็นด้วยตนเองอีกต่อหนึ่ง ข้าวแต่ละทัพพีดั่งแสงเทียนที่ส่งต่อกันไปไม่มีวันดับมานับเนื่องตั้งแต่สมัยพุทธกาลให้ดำรงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ในกันและกัน ต่างช่วยกันเป็นสะพานให้ก้าวเดินไปบนหนทางแห่งปัญญาเพื่อไปสู่ความพ้นทุกข์ในที่สุด…..ดอกบัวในมือของเด็กวัดที่รับมาจากสามเณรีธัมมนันทา เผยให้เห็นเมล็ดเนื้อในที่พร้อมจะลงดินเพื่อเจริญเติบโตเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานในวันหนนึ่ง
      เช้าวันนี้หลังจาก…..
         สามเณรีธัมมนันทาฉันอาหารเช้าแล้ว   จึงได้มีโอกาสสนทนาธรรมกับท่านเนื่องในวันวิสาขบูชาบริเวณหน้าห้องสมุดที่เพิ่งจะลงต้นไม้ใหญ่ไว้เป็นสวนธรรม
        “อาตมาไม่คิดสร้างอะไรที่เป็นวัตถุอีกแล้ว สถานที่มีเพียงพอในการปฏิบัติธรรมสำหรับผู้หญิง ด้านหลังวัตรฯ เป็นสวนสมใจนึก มีกุฎิเล็กๆ ท่ามกลางต้นไม้และสระเล็กๆ มีเรือพายเป็นความฝันของคุณแม่”
          คุณแม่ของสามเณรีธัมมนันทาทีท่านกล่าวถึง คือภิกษุณีวรมัย กบิลสิงห์ ผู้ก่อตั้งวัตรทรงธรรมกัลยาณีแห่งนี้เพื่อเป็นสถานปฏิบัติธรรมสำหรับลูกผู้หญิงโดยเฉพาะ เพราะท่านเห็นว่าโอกาสของลูกผู้หญิงในประเทศไทยมีน้อยนักในการที่จะบวชเรียนเช่นเดียวกับลูกผู้ชาย หลังจากที่ท่านศึกษาวิชาธรรมกายจากหลวงพ่อสดวัดปากน้ำ ท่านก็แน่ใจแล้วว่าถึงเวลาที่จะต้องบวช แต่เนื่องจากเมืองไทยไม่มีภิกษุณี ท่านก็ไม่ยอมจำนนต่ออุปสรรค แต่หลับออกเดินทางไปตามหาสิ่งที่หายไปในประวัติศาสตร์กลับมา ท่านจึงไปถึงไต้หวันเพื่อบวชเป็นภิกษุณีที่นั่นและกลับมาบำเพ็ญเพียรปฏิบัติธรรมในร่มกาสาวพัตร์อย่างเงียบๆ เพียงผู้เดียว ตราบจนทุกวันนี้ สิ่งที่ท่านเพียรกระทำมาจวบจนอายุ 95 ปี ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยที่ลูกผู้หญิงคนหนึ่งจะพึงกระทำได้ หากไม่มีความตั้งใจจริง
       และแล้วผลของการอุทิศชีวิตทั้งหมดให้กับการศึกษา “ ภายใน ” ก็มาถึง…ร่างของท่านที่ยังมีลมหายใจอยู่ในห้องกระจกที่ผู้ไปเยือนสามารถเห็นได้ แต่ท่านพูดคุยกับท่าน เป็นดั่งครูกรรมฐานที่สอนธรรมะจากใจถึงใจให้พิจารณาสังขาร้ดวยตนเองว่า ชีวิตก็เป็นเช่นนี้เอง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป….แต่สิ่งที่มีความหมายในระหว่างการมีชีวิตอยู่นั้นเล่า คืออะไร…..
         คุณภาพของใจที่ใสสะอาด
     “สุขเป็นคุณภาพของใจ คุณอาจจะหาเงินได้เป็นหมื่นเป็นล้าน แต่ก็ได้แค่ความสบาย ความสุขซื้อไม่ได้ จนกว่าได้ละวาง จึงจะเจอกับความสุข พอเราเริ่มหยุดเสพเราจะเจอกับความสุขจริงๆ อาตมามีจีวรสองผืน ถ้าผืนหนึ่งใส่อยู่ อีกผืนหนึ่งก็ตาก จบไม่ต้องมีตู้ สมัยเป็นฆราวาส ตู้ก็เพิ่มขึ้นตามจำนวนเสื้อผ้า ห้องไม่พอก็ขยายห้อง วัตถุมันยึดครองเรามากเหลือเกิน”
         หนึ่งปีผ่านไป สามเณรีธัมมนันทาวิสัชนาว่าดีขึ้นมากเลย ภายในใจมั่นคงขึ้น ไม่หวั่นไหว มีการสำรวจตนเองมากขึ้น ปฏิบัติมากขึ้น ตอนเช้าของแต่ละวันก็ตื่นขึ้นมาตั้งแต่ตีห้า สวดมนต์ ศึกษาธรรมไม่รับแขก แล้วออกมาฉันตอนเพล จากนั้นรับแขกไปจนถึงบ่ายสองโมง พอบ่ายห้าโมงก็ลงสวนทำงาน จากนั้นก็เข้ากุฎิเตรียมสวดมนต์เย็น
       “เวลาในแต่ละวันค่อนข้างชัดเจน ก็อาตมาบวชก็เพื่อจะฝึกละวางนั่นแหละ รู้สึกเสียดายเวลาของชีวิต น่าจะบวชเร็วกว่านี้ อาตมารู้สึกว่าเป็นที่พึ่งทางใจของคนได้มากขึ้น เรามีโครงการบ้านพักใจสำหรับผู้หญิงที่ต้องการมาปฏิบัติธรรม มานอนค้างทำวัตรสวดมนต์เช้า-เย็น สั่งสมาธิ ถ้าเป็น ดร. ฉัตรสุมาลย์ จะช่วยคนได้น้อยกว่า พอมาบวชเป็นพระไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทางโลก เขาก็มาปรึกษาอะไรได้มากขึ้น "
        “ ผู้ชายบางคนมาฝากฝังภรรยาที่ต้องการมาปฏิบัติธรรม เขารู้สึกสบายใจทีวัตรนี้เป็นผู้หญิง หรือคุณพ่อมีลูกสาวสวยก็เป็นห่วง ลูกสาวอยากปฏิบัติธรรมสามวันก็มาดู พอเห็นว่ามีแต่ผู้หญิงก็สบายใจ อาตมาว่าเป็นทางเลือก ผู้ชายมีวัดให้เลือกตั้ง 25,000 วัด ส่วนผู้หญิงมีตัวเลือกน้อยมาก เรามีห้องสมุดเน้นหนังสือผู้หญิงกับการปฏิบัติธรรม เรามีโครงการพุทธสาวิกา บวชครั้งละ 3 วัน สำหรับคนทำงาน จัดปีละสามครั้ง แล้วมีโครงการยุวพุทธสาวิกา สำหรับเด็กเล็ก มีคุณครูมาสอนการละครเพื่อนำไปสู่เรื่องของอริยสัจ 4 "
            “ เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เราไม่ได้บวชเพื่อการยอมรับ แต่เราบวชเพื่อการละวาง ส่วนการยอมรับมันจะมาเมื่อเราปฏิบัติดี พระผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคมหลายรูป เรียกอาตมาว่าลูกเณร และให้กำลังใจมา ท่านมีเมตตา และเห็นดีเห็นงามด้วย อาตมาว่ากระแสน้าไหลบ่า ไม่อาจต้านทานได้ กระแสของโลกมาแรง ”

สืบสานปฏิบัติธรรม

        สามเณรีธัมมนันทาเล่าถึงเหตุผลในการบวชเป็นภิกษุณีของท่านต่อมาอีกว่า ท่านไม่ได้บวชเพราะคุณแม่ แต่ท่านบวชเพราะได้ศึกษาแล้วว่าหนทางที่พระพุทธเจ้าทรงประทานไว้ให้เป็นหนทางลัดสำหรับทุกคนที่ปรารถนาจะพ้นทุกข์
       “ อาตมาตั้งใจจะบวชเป็นภิกษุณี เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เราดูที่หลักการ ถ้าคุณแม่ทำอะไรแล้วไม่ถูก เราจะไม่สนับสนุน อาตมาศึกษาแล้วเห็นว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย บังเอิญว่าคุณแม่เป็นภิกษุณีก็ดูเหมือนกับว่าเราสนับสนุน ถ้าคุณแม่ไม่เป็นภิกษุณีอาตมาก็ทำเรื่องนี้อยู่ดี คุณยายของอาตมาก็สิ้นในผ้าขาวเช่นเดียวกัน คงเป็นกระแสกรรมที่มาทางนี้ของคนในตระกูลเรา"
      
“ ลูกๆ เข้าใจแล้วชื่นชมในสิ่งที่เราทำ สนับสนุน ตอนที่จะบวชก็ขออนุญาตเขา เขาถามคำเดียวว่า แม่เลือกเองหรือเปล่า อาตมาตอบว่า แม่เลือกเอง เขาบอกว่า ถ้าเป็นความสุขของแม่ที่แม่เลือกเอง ก็ยินดี เขาไม่อยากให้แม่ถูกกดดันโดยสิ่งแวดล้อม หรือถูกกดดันโดยบริบทสังคม หรือบวชเพราะคุณยายบอกให้บวช ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงจะเจ็บปวด”
         สามเณรีธัมมนันทา เล่าว่า ชีวิตนักบวชไม่ใช่ชีวิตที่สบาย ไม่สามารถที่จะกินอย่างที่เคยกินได้
      “ เรามีชีวิตที่ต้องพึ่งพาคนอื่น เราต้องนึกถึงข้อวินัยที่เราต้องรักษาอยู่ตลอดเวลา ”
        สำหรับวันวิสาขาบูชาที่เพิ่งผ่านพ้นไปไม่นานนัก สามเณรีธัมมนันทาเห็นว่าวันนี้ไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์ว่าเป็นวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น หากแต่ความสำคัญของวันนี้เป็นวันที่พระพุทธเจ้าตื่นจากอวิชชา เป็นวันเพ็ญเดือนหกที่พระจันทร์เต็มดวง ซึ่งหมายถึงแสงสว่าง เมื่อแสงสว่างเข้ามา ก็ขับไล่ความมืด
     “ แสงสว่างคือวิชชา วิชชาคือการตื่นจากอวิชชา คือตื่นจากกิเลส " ซึ่งเป็นความมืดบอกที่ทำให้เราเกิดทุกข์ ในขณะที่เราระลึกว่าเป็นวันตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ถ้าเจ้าชายสิทธัตถะไม่ได้ตรัสรู้เราก็ไม่ได้สนใจพระองค์ท่าน เราสนใจพระองค์ท่านเพราะท่านตรัสรู้ความจริง เข้าถึงธรรม ท่านเป็นผู้ชี้ทางว่าการตรัสรู้นั้นเป็นจริงสำหรับพระองค์ และสามารถเป็นจริงสำหรับเราได้ด้วย ตรงนี้ต่างหากที่งาม…เพราะถ้าเป็นจริงสำหรับพระองค์ท่านคนเดียว ไม่เป็นจริงสำหรับเรา เราจะปฏิบัติไปทำไม เพราะความรู้ ความตื่น ความเบิกบาน ไม่ได้เป็นของพระองค์ แต่พระองค์ค้นพบแล้วชักชวนให้เรามาดูเถิด ทุกคนปฏิบัติแล้วก็เข้าถึงเหมือนกัน และธรรมอันวิเศษนี้มีอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่ว่าเราจะตื่น ลืมตาที่เห็นมันหรือไม่
     “ เมื่อวันวิสาขบูชาเยือนมาถึง ก็เป็นวันที่เราเพียรพยายามที่จะบำเพ็ญตนให้เข้าถึงซึ่งความตื่นเช่นเดียวกับที่พระพุทธเจ้าทรงตื่นมาแล้ว แต่ถ้าเข้าใจว่าวันวิสาขาบูชาเป็นวันที่เราต้องไปวัด ไปเวียนเทียน เอาไฟไปไล่จี้ผู้หญิงที่อยู่ข้างหน้า ก็ไม่ช่วยให้ตื่นก็เหลือแต่พิธีกรรมที่ขาดสาระที่แท้จริง ”
       สำหรับหน้าที่ของชาวพุทธทั้งภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และอุบาสิกานั้น ท่านกล่าวว่าเรามีหน้าที่เหมือนกันในการที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้มอบหมายเอาไว้กับลูกทั้งสี่นี้ รับสั่งด้วยว่า ขอให้ลูกศึกษาธรรมะ นำธรรมะไปปฏิบัติ และถ้าหากมีคนจ้วงจวบสามารถแก้ต่างให้ได้ด้วย
    “ เราต้องกลับมาถามตัวเองว่า เราทำหน้าที่ตรงนี้แล้วหรือยัง วันวิสาขาบูชาไม่ควรจะไปฉลองเฉพาะวันนี้เท่านั้น การที่จะทำให้ตัวเราถึงซึ่งความรู้ ความตื่น ความเบิกบาน ควรจะเป็นกิจวัตรทุกๆ วัน ”
      ช่วงเข้าพรรษาที่วัตรทรงธรรมกัลยาณี จะมีการอบรมให้กับผู้หญิงที่เตรียมตัวจะเข้ามารับใช้พระศาสนาเป็นเวลา 3 เดือน สามเณรีธัมมนันทาตั้งใจให้เป็นโครงการพุทธสาวิกาเพื่อการพัฒนาสังคม
     “ หลังจากอบรมแล้ว ถ้าเขารู้สึกว่าไม่ใช่แนวทางของเขาแล้วไม่บวชก็ได้ ให้เขาได้มีโอกาสัมผัสชัดๆ ว่าแท้จริงแล้ว ที่คิดไว้ว่าอยากบวชนั้นเหมาะสมกับชีวิตหรือเปล่า ถ้าเขาตื่นทำวัตรสวดมนต์เช้าตีห้าไม่ได้ เขาก็บวชไม่ได้ ถามว่าผู้หญิงบวชดีไหม ดี เพราะการบวชคือการวิรัติ หมายถึงงดเว้น ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่พูดเท็จ ไม่ดื่มสุรา เพียงแต่ว่ามาติดขัดที่คณะสงฆ์ไทยเท่านั้นเองว่าที่ว่าหมดไปแล้ว ถ้าหมดไปแล้วไปยืมเขามาได้ไหม ไม่ใช่ไม่มีแล้วก็จบปล่อยไป ถ้าเราทำสิ่งที่มีคุณค่าหายไป เราก็ต้องออกตามหาใช่ไหม อย่าลืมว่าผู้หญิงนั้นพระพุทธเจ้าบวชให้ ”
         หนึ่งปีกว่าผ่านไปรวดเร็วยิ่งนัก วันนี้สามเณรีธัมมนันทา ได้เดินทางออกตามาหาสิ่งที่หายไปกลับมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภิกษุณีสายใดก็ไม่สำคัญเท่ากับว่า  ชุมชนภิกษุณีสงฆ์นั้นจะช่วยดึงผู้หญิงที่ตกนรกทั้งเป็นขึ้นมาลิ้มรสความสงบเย็นในขณะที่มีชีวิตอยู่เพิ่มขึ้นอีกไม่มากก็น้อย…..เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว งจะมีใครมาขัดขวางสายธารธรรมที่กำลังไหลมาจากเจตนาที่ดีงามอีกละหรือ?

Back



สถานที่ติดต่อ
  วัตรทรงธรรมกัลยาณี
เลขที่  195  ถนนเพชรเกษม  ต. พระประโทน
อ. เมืองฯ  จ. นครปฐม   73000
โทร. (034) 258-270  โทรสาร (034) 284-315
ติชม  chatsumarn@hotmail.com